มะเร็ง
เมื่อกล่าวถึง โรคมะเร็ง ใครๆ ก็พากันกลัวไม่อยากเป็นด้วยกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่แพทย์ หรือผู้อยู่ในวงการแพทย์ เพราะเราต่างรู้สึกว่า โรคนี้รักษาก็ไม่หาย
ทรมานก็ทรมาน ใครเป็นมะเร็งแล้ว ดูจะไม่มีความหวังเอาเสียเลย หากโชคดีไม่ถึงตาย ก็ต้องมีสภาพที่ไม่น่าดูไปตลอดชีวิต
ถ้าวันนี้มีใครสักคน ออกมายืนยันกับพวกเราว่า โรคมะเร็งนั้น สามารถป้องกัน และรักษาให้หายขาดได้ เราควรจะเชื่อเขาไหมครับ?
อยาก จะตอบคำถามแทนพวกเราว่า ขอให้เชื่อเขาเถิดครับ เพราะแม้ดูจะเกินจริงไปบ้าง แต่วิทยาการที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน ช่วยให้เราเห็นแสงสว่าง
ที่ปลายอุโมงค์แล้ว การรักษาโรคมะเร็งกำลังดีวันดีคืน มีหนทางใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพมาเสริมวิธีการเดิมๆ จนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
หาก แต่เมื่อมองถึงภาระความลำบากของผู้ป่วย ญาติ พี่ น้อง แพทย์ พยาบาล รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่สูงเอาการ ของการรักษาโรคมะเร็งแล้ว การป้องกัน
ดูจะเป็นหนทางที่ง่ายประหยัด และคุ้มค่ากว่าการรักษาอยู่หลายขุม เพียงแต่ว่าเรารู้จักโรคมะเร็ง สาเหตุของมัน และรู้จักตัวเราเองดีพอหรือยัง
ถ้ามั่นใจว่าวันนี้ เราจะยืนหยัดขึ้นต่อสู้กับมะเร็ง โดยไม่เกรงกลัวแล้ว แค่การดูแลตัวเอง เอาใจใส่ตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ก็เพียงพอที่
จะป้องกันตัวเอง ไม่ให้เป็นโรคมะเร็งได้ตั้งหลายๆ ชนิด
การเกิดโรคมะเร็ง
อวัยวะ ของเรา ประกอบด้วยเซลล์ ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สุด ของชีวิตจำนวนมากมาย เซลล์เหล่านี้ เมื่อถึงอายุขัย ก็จะถูกทำลายลง ในขณะที่มี
การสร้างเซลล์ใหม่ ขึ้นมาทดแทนด้วยขบวนการแบ่งตัว การแบ่งตัวของเซลล์ถูกควบคุม ให้เป็นระเบียบ ด้วยหน่วยทางพันธุกรรมในเซลล์เอง
และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่มีหน้าที่จัดการกับสิ่งแปลกปลอม หรือพวกเซลล์ไม่พึงประสงค์ทั้งหลาย แต่หากขบวนการธรรมชาติเหล่านี้ถูกรบกวน
ระบบควบคุมป้องกันเอียงเสียศูนย์ไปเมื่อไร ก็เมื่อนั้นแหละครับ ที่อาจจะโดนโรคมะเร็งถามหาได้ !
กรณี ที่ระบบควบคุมป้องกันมะเร็ง ของร่างกายมีปัญหา เช่น เจ้าตัวเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือมีการถ่ายทอดพันธุกรรม เอื้อให้เป็นมะเร็งได้ง่าย
ก็จะพบเป็นโรคมะเร็งกลุ่มเดียวกัน ได้หลายคนในครอบครัว
อีกรณี คือ ร่างกายได้รับสารก่อมะเร็ง (carcinogen) จากสิ่งแวดล้อม สารก่อมะเร็ง จะเป็นตัวการรบกวน ขบวนการแบ่งเซลล์ตามธรรมชาติ
ให้สับสนได้ เซลล์ใหม่ที่ทำตัวเป็นเด็กเกเร ไม่เชื่อฟังคำสั่งของร่างกาย มันจะเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งได้รับการกระตุ้น จากสารก่อมะเร็งอยู่เสมอ
เซลล์เหล่านี้ยิ่งหน้าตาดูดุร้ายขึ้น จนกลายเป็นเซลล์มะเร็งไปในที่สุด สารก่อมะเร็งที่พิสูจน์กันแล้วว่า เป็นของจริงแน่ๆ ก็ เช่น ควันบุหรี่, แสงUV,
เชื้อไวรัส บางชนิด เป็นต้น
(โทษ) สมบัติของมะเร็ง
1.เพิ่มปริมาณเซลล์พวกมันเองอย่างรวดเร็ว รวมตัวกันเป็นก้อนเนื้องอก ที่ขยายโตขึ้นเรื่อยๆ
2.เบียดเบียนแย่งเนื้อที่ และสารอาหารกับเนื้อเยื่อปกติของอวัยวะ จนการทำงานของอวัยวะนั้นๆ ผิดปกติร่างกายอ่อนแอลง
3.สามารถ แผ่ขยายอาณาจักรของตนเองออกไปได้ ทั้งบริเวณอวัยวะข้างเคียง และอวัยวะอื่นที่อยู่ไกลออกไป เกาะกินเนื้อเยื่อข้างเคียง ไปจนถึงอวัยวะ
อื่นที่อยู่ใกล้ๆ กัน ตัวอย่างในสตรี เช่น มะเร็งของปากมดลูก สามารถลุกลามไปที่ช่องคลอด, ตัวมดลูก บางทีกินไปถึงกระดูกเชิงกราน ในระยะหลังๆ
ของโรค อาจกินไปทะลุกระเพาะปัสสาวะ หรือลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง กระจายไปที่อวัยวะไกลๆ โดยผ่านไปกับหลอดเลือด หรือ หลอดน้ำเหลือง เช่นมะเร็ง
ของปากมดลูก ไปพบโผล่ที่ปอด, สมอง, ตับ กระดูกอื่นๆ
เห็น ไหมครับว่า โรคมะเร็งนั้นมันมีที่มาที่ไป ถ้าเราโชคไม่ดีเป็นโรคนี้แล้ว ก็จงรีบรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ รับรองว่ามีหวังรักษาให้หายได้ โดยเ
ฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มเป็นระยะแรกๆ รักษาไม่ยากหรอกครับ ส่วนที่ยังดวงแข็งอยู่ ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจ รีบศึกษาหาความรู้กันว่า เดี๋ยวนี้วงการแพทย์เขาพิสูจน์
แล้วว่า อะไรบ้างเป็นสารก่อมะเร็ง เราจะได้พยายามหลีกเลี่ยง หรือใครมีญาติ พี่น้องเป็นมะเร็งกันหลายๆ คนก็น่าไปตรวจดูเสียหน่อยว่า มันถ่ายทอด
พันธุกรรม มาหลบอยู่ในตัวเราบ้างไหม
อีก ประการหนึ่ง สมัยนี้เขามีวิธีการตรวจร่างกาย และตรวจทางห้องปฏิบัติการหลายอย่าง ที่ช่วยตรวจหามะเร็งระยะเริ่มแรก ก่อนที่มีอาการ
(เรียกว่าการตรวจคัดกรอง screening test) มาช่วยวินิจฉัยให้ก่อนจะลุกลาม โรคมะเร็งก็กลายเป็นรักษาง่าย และหายขาดแน่นอนครับ
นพ.ภานท์ เกษมศานติ์
แผนกสูติกรรม
แหล่งข้อมูล : วารสารโรงพยาบาลรามคำแหง ฉบับที่ 12 - www.ram-hosp.co.th/books
การป้องกัน และลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
5 ประการเพื่อการป้องกัน
1.รับประทานอาหารผักตระกูลกะหล่ำให้มาก เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักคะน้า หัวผักกาด บล็อกโคลี่ ฯลฯ
เพื่อป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้ส่วนปลาย กระเพาะอาหาร และอวัยวะระบบทางเดินหายใจ
2.รับประทานอาหารที่มีกากมาก เช่น ผัก ผลไม้ ข้าว ข้าวโพด และเมล็ดธัญพืขอื่นๆ
เพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่
3.รับประทานอาหารที่มีเบต้า – แคโรทีน และวิตามินเอสูง เช่น ผักสด ผลไม้สีเขียว – เหลือง
เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร, กล่องเสียง และปอด
4.รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ผักสด ผลไม้ต่างๆ
เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร และกระเพาะอาหาร
5.ควบคุมน้ำหนัก
โรคอ้วนมีความสัมพันธ์กับมะเร็งมดลูก ถุงน้ำดี เต้านม และลำไส้ใหญ่
การออกกำลังกาย และการลดการรับประทานอาหารที่ทำให้พลังงานสูง ก็จะช่วยป้องกันมะเร็งเหล่านี้ได้
7 ประการเพื่อลดความเสี่ยง
1.ไม่รับประทานอาหารที่มีราขึ้น
อาหารที่มีราขึ้น โดยเฉพาะราสีเขียว-เหลือง จะมีสารพิษอัลฟาทอกซินปนเปื้อน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของ โรคมะเร็งตับ
2.ลดอาหารไขมัน
อาหารไขมันสูง จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งเต้านม ลำไส้ใหญ่ และต่อมลูกหมาก
3.ลดอาหารดองเค็ม อาหารปิ้งย่าง รมควัน และอาหารที่ถนอมด้วยเกลือไนเตรต ไนไตรท์
อาหารเหล่านี้จะทำให้เสี่ยงต่อ มะเร็งหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้ใหญ่
4.ไม่รับประทานอาหารดิบๆ สุกๆ
อาหารประเภทนี้ เช่น ก้อยปลา ปลาจ่อม ฯลฯ จะทำให้เป็นโรคพยาธิใบไม้ในตับ และเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งของท่อน้ำดีในตับ
5.หยุดหรือลดการสูบบุหรี่
สูบบุหรี่จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งช่องปาก และคอ
6.ลดการดื่มแอลกอฮอล์
ดื่มแอลกอฮอล์จะเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็ง ถ้าทั้งดื่มทั้งสูบบุหรี่ จะเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งช่องปาก ช่องคอ กล่องเสียง และหลอดอาหาร
7.อย่าตากแดดจัด
ตากแดดจัดมากเกินไปจะเสี่ยงต่อการเกิด มะเร็งผิวหนัง
์
|